Play —— ผลการทดลอง

‘ตามล่า’ หนังสือที่อยากได้จากร้านมือสอง

สำหรับนักอ่านหลายๆ คน  ‘ร้านหนังสือมือสอง’ มักไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ที่จะไปหาหนังสือสักเล่มมาอ่าน เพราะหลายครั้งไปแล้วก็กลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้หนังสือที่ต้องการ หรือบ้างก็หาเล่มที่ถูกใจไม่เจอ  ลองมาหาคำตอบไปด้วยกันว่าไปร้านหนังสือมือสองแล้วไม่ได้อะไรจริงหรือเปล่า? (ไม่รู้คนอ่านจะลุ้นไหม แต่คนเขียนลุ้นสุดๆ)

พักนี้ร้านหนังสือมือสองทยอยปิดตัวลงไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนอ่านหนังสือน้อยลง หรือร้านรวงต่างๆ ไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลาแบบเราๆ หวังว่าอัลบั้มนี้จะลบภาพจำการไปร้านหนังสือมือสองแบบเดิมๆ  ที่ดูเหมือนเป็นการเสี่ยงโชคมากกว่าการไปช้อปปิ้ง

สปอยล์ก่อนเลยว่าร้านหนังสือมือสองที่เราไปทำการทดลองครั้งนี้ ไม่เป็นเหมือนภาพจำแน่ๆ ทั้งความสะดวกในการเดินทางและความสบายในการค้นหาหนังสือ โดยเฉพาะร้านที่อยู่มานาน อย่างว่าแหละเนอะ ยิ่งขายนานเท่าไร…ก็ยิ่งมีประสบการณ์ในการจัดการร้านที่เป็นระบบมากขึ้น

เพื่อให้ร้านหนังสือมือสองที่ยังเหลืออยู่ได้ไปต่อ เราอยากชวนให้ลองกลับมาพิจารณาและอุดหนุนหนังสือมือสองเพื่อลดขยะ ลดรายจ่ายในกระเป๋า แถมยังได้ส่งเสริมธุรกิจรายย่อยให้เข้มแข็ง อนาคตของร้านหนังสือมือสองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนก็ขึ้นอยู่กับพวกเราคนรักหนังสือนี่แหละ

อ่านจบแล้ว ใครเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยยังไงก็มาแชร์กันได้ หรือถ้าใจดีจะแนะนำร้านอื่นๆ ให้เพื่อนนักอ่านก็จะดีมากถึงมากที่สุด

01 DASA | คลังหนังสือภาษาต่างประเทศย่านพร้อมพงษ์

“หนังสือไทยที่แปลเป็นภาษาต่างประเทศมีแค่นี้นะคะ” 

พี่ที่ยืนประจำแคชเชียร์ขยับออกมา แล้วเดินนำไปชั้นหนังสือข้างๆ 

โอ้โห…ไม่นึกว่าจะได้มาเจอเยอะขนาดนี้นะเนี่ย! ‘แค่นี้’ ของร้านนี้คือราวๆ 30 เล่ม จริงๆ แล้วมุมนี้ไม่ได้มีแค่หนังสือไทยที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีเรื่องไทยๆ จากนักเขียนต่างชาติปนอยู่ด้วย

DASA เป็นหนึ่งในร้านหนังสือมือสองโปรดของเราเลยก็ว่าได้ อุดหนุนกันมาตลอดหลายปีตั้งแต่สมัยม.ปลาย เหตุผลหลักๆ ก็เป็นเพราะบรรยากาศดี๊ดี แอร์เย็น เสียงไม่ดัง ไม่มีใครมากวนใจ และไม่ต้องไปกวนใจใครด้วยเพราะหนังสือทุกเล่มจะบอกราคาไว้เรียบร้อยที่ปกในด้วยดินสอจางๆ

ร้านนี้ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีกเพียบ เดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้อีกสัก 2 จุดก็แล้วกัน (ถ้ายาวกว่านี้ต้องเปลี่ยนชื่ออัลบั้มเป็นการรีวิวร้านนี้โดยเฉพาะแล้วล่ะ)

อย่างแรก กอง ‘BLOWOUT’ ที่จะขายหนังสือราคาเหมาแค่ 19 หรือ 29 บาทเท่านั้น ใช่…คุณได้ยินถูกแล้ว ถือว่าราคาเป็นมิตรกับนักเรียน-นักศึกษาสุดๆ ที่สำคัญไม่ได้มีเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษนะ ภาษาอื่นๆ ก็มี แต่ต้องใช้เวลาหากันหน่อย 

อย่างที่สอง ระบบค้นหาหนังสือ ‘Dasa Database’ (ถือวิสาสะตั้งชื่อเองซะเลย) ที่ช่วยทุ่นแรงทุ่นเวลา ถ้ามีหนังสือหรือนักเขียนในดวงใจก็ลองเช็กดูได้เลยว่ามีหรือเปล่า  

สรุปสั้นๆ เลยว่า ร้านนี้มีหนังสือมากมายหลากหลาย ตอบโจทย์นักอ่านทุกเพศทุกวัยแน่นอน แถมมีหลายภาษาราคาสมเหตุสมผล แก๊งใครมีเพื่อนพูดหลายภาษาเชิญแฮงก์เอาต์ที่นี่เลยครับจารย์

และแล้ววินาทีลำบากใจก็มาถึง… อยากซื้อกลับบ้านสัก 10 เล่ม แต่ก็ทำไม่ได้! ยอมซื้อแค่ 2 เล่มนี้ก็ได้ 

La Bible pour les nuls — Eric Denimal

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเล่มนี้มีเวอร์ชั่นอังกฤษด้วยคือ ‘Bible for Dummies’ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มหนึ่งจากหนังสือเซ็ตดังที่เขียนอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เข้าใจง่าย รับสารภาพก็ได้ว่าซื้อเล่มนี้เพราะโลภ ราคาเต็มอยู่ที่ 21.90 ยูโร หรือประมาณ 800 บาท แต่เราได้มาในราคา 29 บาท (ขอโทษที่ภูมิใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เอาหน่าสักวันอาจจะได้อ่านก็ได้) 

ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือในซีรี่ส์ดัมมี่ส์ > www.dummies.com (เผื่อคุณๆ อยากเช็กดูว่ามีเรื่องอะไรบ้าง)

Venin – Saneh Sangsuk

หนังสือเล่มนี้คือฝันที่เป็นจริง ตามหามานานมากแต่ไม่มีโอกาสได้ซื้อสักที ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาเจอที่นี่ในราคา 70 บาทขาดตัว ขอเล่าสรรพคุณชวนขนลุกสั้นๆ ว่าเป็นหนังสือรางวัลซีไรต์ที่ถูกแปลถึง 6 ภาษา ชื่อเรื่อง ‘อสรพิษ’ ของ เสน่ห์ สังข์สุข เจ้าของนามปากกา ‘แดนอรัญ แสงทอง‘ (อ่านแค่เล่มเดียวก็จริง แต่ขอปวารณาตัวเป็นแฟนคลับ) เท่านี้ก็คงการันตีความขลังได้แล้ว

Location: ริมถนนสุขุมวิท ระหว่างซอย 26 & 28 (ใกล้ BTS พร้อมพงษ์)
Open: เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น. 
FB: facebook.com/dasabookcafe

02 อ่านดีมีชัย | ร้านเก๋าย่านบางเขนอายุกว่า 30 ปี

“กำลังตามหาอะไรอยู่ไหมคะ ถ้าไม่…เชิญดูตามสบายจนกว่าจะพอใจเลย”

คุณป้าเจ้าของร้านพูด ยิ้ม และเดินผ่านไปในกองหนังสือ

“หางานเขียนรางวัลครับ เล่มไหนก็ได้”

“แถวๆ นี้นะ ชอบเล่มไหนหนูแกะดูได้เลย”

นึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง คุณป้าเป็นแม่ค้าที่ขายของได้แยบคายชวนอุดหนุนสุดๆ (อยากจัดทริปศึกษาดูงานให้เซลส์ขายคอร์สเสริมความงามเลย) นี่เป็นครั้งแรกที่มาร้านนี้ ใกล้บ้านขนาดนี้เราคลาดกันไปได้ไง จากนี้ขอตั้งที่นี่เป็นแลนด์มาร์กร้านหนังสือมือสองนอกเมืองเลยก็แล้วกัน หนังสือที่นี่ทุกเล่มห่อและเขียนราคาทับไว้อย่างดี เช่นเคยไม่มีใครต้องรบกวนใครจนเกินพอดีทั้งคนซื้อและคนขาย พอได้นั่งตั้งใจรื้อดูจริงๆ รู้เลยว่าหนังสือวรรณกรรมเยอะมาก ผิดกับร้านอื่นๆ ที่เน้นขายเฉพาะการ์ตูนชุดหรือหนังสือฮาวทูสู่ความสำเร็จ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 ชั่วโมงร้านจะปิด ถึงจะดูผ่านๆ ยังไงก็ดูไม่หมด ไว้วันหลังค่อยกลับมาใหม่

ถ้าคุณอยู่หรือผ่านมาแถวนี้ ลองมาแวะมาร้านนี้เถอะ เดินจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสไม่เกิน 3 นาที (ถ้าไม่ลงผิดทางเหมือนเรา) หนังสือสภาพดีทุกเล่ม แถมจัดไว้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ถ้านักเขียนคนไหนเป็นที่รู้จัก ลูกค้ามาถามหาบ่อย คุณป้าจะมัดยางเป็นสัญลักษณ์รวมไว้ให้ ถ้าสำนักพิมพ์ไหนมีหนังสือเยอะก็จะมีชั้นวางของตัวเองไปเลย อย่างสำนักพิมพ์ a book ที่จองพื้นที่ทั้งผนัง รวบรวมไว้ทั้งหนังสือและนิตยสาร a day  

ป.ล. มีโซนหนังสือปรัชญาด้วย เผื่อจะชี้เป้าให้พวกคุณๆ บางคนได้

ใครๆ ก็บอกว่าปราบดา หยุ่น เขียนหนังสือดี เราโตมาก็ได้ยินแบบนี้แล้ว เขาไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่สำหรับเราหรือคนที่เกิดพร้อมๆ เรา ขณะรื้อกองหนังสือซีไรต์หนังสือรวมเรื่องสั้น ‘ความน่าจะเป็น’ โผล่มาล่อหน้าล่อตาหลายรอบ ไหน…ขอลองอ่านดูสักเรื่อง ถ้าเขียนดีจริงจะเอากลับบ้าน ผลสรุปก็ตามภาพที่เอามาให้คุณๆ ดู เราซื้อเล่มนี้กลับมาจริงๆ ฉะนั้นคงไม่ต้องบอกแล้วว่าเขียนดีไหม (เขียนดีตามเกณฑ์ของเราคนเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้) เอาเป็นว่าสำหรับเราแล้วถือเป็นการเขียนแบบใหม่ ด้วยวิธีการที่ไม่คุ้นเคย นึกย้อนกลับไปปี 43 ที่รวมเล่มครั้งแรกคงจะใหม่มาก ของแบบนี้ต้องลองอ่านเอง ที่ ‘อ่านดีมีชัย’ ยังเหลือปกอื่นๆ ให้ตามมาเลือกซื้อกลับบ้านนะ (พูดลอยๆ)

Location: BTS วัดพระศรีมหาธาตุ
Open: 09.00-16.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
FB: facebook.com/oldbooks9

03 สบายแฮร์ บุ๊คส์คลับ | ร้านรวมหนังสือหลากหลายในตึกเก่าใกล้ อตก.

“อยากดูอะไรเชิญได้เลยนะครับ จะถ่ายรูปเก็บไว้ก็ได้” 

พอได้ยินแล้วปลื้มปริ่มสุดๆ เพราะร้านนี้เป็นร้านหนังสือมือสองใน ‘อุดมคติ’ ที่รวมหนังสือหายากทุกประเภทเอาไว้ ตั้งแต่นิตยสารที่เลิกพิมพ์แล้ว หนังสือพระเครื่อง สารานุกรมหายาก ไปจนเรื่องสั้นและนวนิยายร่วมสมัย อะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้เห็นที่นี่ เช่น หนังสือแปลเรื่อง ‘แม่’ ของแม็กซิมัม กอร์กี้ ที่แปลโดย ‘ศรีบูรพา’ (ปกติเราจะรู้จักแต่งานเขียน)

หนังสือทุกเล่มในร้านถูกจัดวางอย่างถูกที่ถูกทาง ชวนให้เข้าไปหยิบมาอ่าน มีทั้งที่รวมเก็บเป็นคอลเลกชั่นเอาไว้ แบ่งตามประเภท จำแนกตามนักเขียน และหนังสือภาพที่ว่างแผ่หลาโชว์อยู่บนโต๊ะใหญ่  

จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ชั้นและโต๊ะหนังสือที่นี่เรียงเป็นเขาวงกตทางตันชวนให้หลง(ใหล) ถ้าได้หลุดเข้าไปเดินไล่ดูตามชั้นแล้วจะต้องเสียเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงแน่นอน

ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ ‘ทันที’ ที่เห็น เพราะรู้เลยว่าปกนี้คือตีพิมพ์ครั้งแรก มิชชั่นนี้สำเร็จเสียกว่าสำเร็จเพราะนอกจากจะได้หนังสือจากนักเขียนคนโปรดแล้ว ยังได้เล่มที่ตีพิมพ์ครั้งแรกด้วย ราคาแพงกว่าปกเล็กน้อยตามสมควร ของดีเก็บไว้นานๆ ก็ต้องมีมูลค่าเพิ่มกันบ้าง ไม่ว่ากัน

Location: ตึกเก่าต้นถนนสามแยกกำแพงเพชร (ใกล้ อตก.)
Open: เสาร์-อาทิตย์, 08.00-17.00 น.

04 ด า ว แ ด ง | โอเอซิสของคนรักหนังสือฝ่ายซ้าย ย่านจตุจักร

“ร้านผมไม่มีนิยายทมยันตีหรอกนะ” คุณอาเจ้าของร้านกล่าว พร้อมผายมือไปที่แผงหนังสือการเมือง

ไม่รู้ทำไม แต่เราถือว่าเป็นการเปิดบทสนทนาอันทรงพลังชวนให้เราไปหาคำตอบและอยากชมคอลเลกชั่นการเมืองของคุณอา (ถึงจะมาเพื่อนวนิยายแปลก็เถอะ) คุยกันไปถามกันมาได้ความว่า การมาขายหนังสือมือสองเริ่มต้นจากความชอบอ่านหนังสือการเมืองที่ค่อยๆ กลายเป็นอาชีพ จะเรียกว่า ‘ขายเอามัน’ ก็ไม่ผิดเท่าไรเพราะคุณอาบอกเองว่า “ไม่เน้นขาย เน้นคุย ถ้าถูกคอก็กินเบียร์กันต่อได้ตอนเย็น” ชื่อร้านถือเป็นคำตอบกลายๆ ว่าคุณอาจะชวนจิบเบียร์ยี่ห้อไหนและพาอ่านหนังสือการเมืองฝ่ายใด ก็ ‘ด า ว แ ด ง’ ไงล่ะ

ในส่วนของนวนิยายแปลก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตั้งแต่วรรณกรรมเยาวชน ไปจนนวนิยายคลาสสิกอมตะ รวมทุกเล่มที่ควรจะมีเอาไว้ ด้วยพื้นที่อันจำกัดบอกเลยว่าหนังสือที่เอามาขายคือคัดมาเฉพาะแต่เล่มที่แรร์จริงๆ พิมพ์ครั้งที่ 1 บ้างล่ะ หนังสือที่ไม่มีร้านไหนขายบ้างล่ะ 

ร้านนี้ไม่ใช่ร้านหนังสือที่เหมาะกับทุกคน (แต่ก็ควรลองไปสักครั้ง) ไม่ใช่ร้านที่จะเดินดุ่มๆ เข้าไปเลือกหาหนังสืออะไรก็ไม่รู้ แต่เป็นร้านที่ชัดเจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับคอหนังมือสองหายากและนักอ่านที่สนใจด้านการเมือง ส่วนคนที่สนใจอยากเริ่มอ่านแนวนี้ คุณอาก็แนะนำให้ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

พอได้ดูหลายๆ เล่มเข้า ก็ถึงบางอ้อเลยว่าเราต้องกลับไปหาข้อมูลให้เยอะกว่านี้ก่อนค่อยกลับมาใหม่ ต้องมีความรู้และเวลามากกกว่านี้ถึงจะดื่มด่ำได้เต็มที่ แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมถามถึงหนังสือที่หาอยู่ช่วงนี้ ‘ปีศาจ’ นิยายอมตะของสามัญชนคนอย่างเราๆ ที่ไม่พ่ายแพ้ต่อกาลเวลา ไม่เชย ไม่เก่า (หรือเป็นเพราะสังคมเราไม่ได้พัฒนาไปไหนนะ?) ไม่ผิดคาดร้านนี้มีให้เลือกหลายปก ราคาก็ขึ้น-ลงตามความหายาก 
เรื่องเนื้อหานั้นคงไม่ต้องเขียนถึงเพราะ มีคนเขียนถึงเยอะแล้ว หลายคนน่าจะรู้จักดี และสำคัญที่สุด ไอแอลไอยูเคยรีวิวไว้แล้วพอสังเขปในบทความ ‘ฉันอ่าน ฉันจึงมีหวัง’ แล้วเรียบร้อย

Location: ตึกเก่าต้นถนนสามแยกกำแพงเพชร (ใกล้ อตก.)
Open: วันเสาร์, 08.00-16.00 น. 
FB: facebook.com/profile.php?id=100054456911002

FAQ เมคโอเวอร์หนังสือรุ่นเก๋าให้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

ถ้าคุณมีแต้มบุญเหลือๆ คุณก็จะได้หนังสือมือสองสภาพใหม่กิ๊งราวกับออกมาร้อนๆ จากโรงพิมพ์ แต่ทำไงได้ บางครั้งเราก็ถูกตาต้องใจกับเล่มที่สภาพไม่สมบูรณ์สักเท่าไร อย่าเพิ่งเศร้า! ลองอ่าน FAQ คำถามที่ชาวนิยมหนังสือมือสองอย่างเราๆ มักจะสงสัยกันก่อน

เราไปถามจากพ่อค้าและนักสะสมฯ รุ่นเก๋ามาให้แล้ว

Q: หน้าปกพลาสติกเป็นคราบขุ่นทำไงดี?
A: ใช้สเตคลีนป้าย แล้วถูด้วยทิชชูแบบเบามือ
ทำความสะอาดแล้วห่อปกก็จะยิ่งดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเช็ดกันบ่อยๆ

Q: เอาสติกเกอร์ราคาออกจากปกยังไง?
A: หยอดน้ำมันรอนสัน รอสักพัก แล้วลอกออก
ทิ้งไว้สัก 5 นาที จะลอกออกง่ายขึ้น แต่ถ้ารีบก็ให้ขูดออกเบาๆ ได้เลย

Q: ขอบหนังสือเป็นสีเหลือง/มีรอยปั๊มลบยังไง?
A: ใช้ผ้าสะอาดจุ่มไฮเตอร์ผสมน้ำ แล้วถูเบาๆ
ระวังอย่าให้โดนปกเด็ดขาด มือใหม่ควรใช้กระดาษลังมาขั้นปกหน้า-หลังไว้

ขอบคุณเจ้าของร้านดาวแดง (คุณอาอากร) ที่ช่วยตอบคำถามและสาธิตให้ดูด้วยครับผม

สิ่งที่ได้เรียนรู้: ช้อปร้านหนังสือมือสองแบบไม่ผิดหวัง

เพื่อให้การช้อปหนังสือมือสองของคุณมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (ไปแล้วไม่ผิดหวังและมีหนังสือน่าอ่านติดมือกลับบ้าน) เราเลยอยากแชร์สิ่งที่เราได้รู้จากการไปร้านหนังสือมือสองตลอดหลายปี จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ว้าวซ่า แต่เป็นเรื่องที่มักจะถูกมองข้าม คีย์หลักของเราคือ ‘การหาข้อมูล’ และ ‘การพูดคุย’

อันดับแรกเราต้องค้นหาวิธีการเดินทางให้สะดวกกับเรา อย่าลืมว่าตอนไปเราไปตัวเปล่า แต่ขากลับเราอาจจะได้หนังสืออีก 2-3 กิโลกรัม กลับมาด้วย ก่อนจะเข้าไปที่ร้าน อย่าลืมเช็กเวลาเปิด-ปิดร้านให้แน่นอนก่อน ถ้าให้ดีก็โทร.ไปถามอีกทีเพื่อความชัวร์จะได้ไม่ต้องมานั่งเซ็งทีหลัง

ต่อมาจะเรียกว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เราแนะนำให้คุณหารีวิวอ่านและหาดูรูปบรรยากาศร้านก่อนจะได้พอรู้ว่าที่ร้านเน้นขายหนังสือแบบไหน เป็นร้านอินดอร์หรือเอ้าท์ดอร์ (ทนหนาว/ทนร้อนเลือกหนังสือไม่ใช่เรื่องสนุกบอกเลย) ถ้ามัวตามหาหนังสือการ์ตูนในร้านที่เน้นวรรณกรรมก็เสียเวลาเปล่า เช่นกันในร้านหนังสือการ์ตูนก็ไม่มีบทกวีไฮกุให้คุณได้ซึมซาบหรอก

พอได้ข้อมูลแล้วว่าร้านเป็นประมาณไหน หากมีเวลาก็ลองนึกดูคร่าวๆ ว่าเราอยากได้หนังสืออะไรจากร้านนี้ อยากไปซื้อหรือแค่ไปดู การตั้งเป้าหมายที่ดี (ในความหมายที่ว่า ‘ไม่ผิดหวัง’) เป้าหมายจะต้องไม่แคบหรือเจาะจงเกินไป ลองเปลี่ยนจากตามหา ‘ชื่อเรื่อง’ เป็น ‘ชื่อนักเขียน’ หรือ ‘ประเภท’ ดูสิ อาจจะเวิร์กก็ได้ 

Content Creator - Trainee

นักเรียนแปลผู้เคยเผลอไปเรียนรัฐศาสตร์อยู่ 4 ปี ปัจจุบัน(พยายาม)เขียนเรื่องสั้น คอนเทนต์ และวิทยานิพนธ์

Communication Designer

#กราฟิกดีไซเนอร์ #นิสิตออกแบบสื่อสาร

Read More:

Play จากผู้ใช้จริง

<strong>ตู้กดฝีมือคนไทย ที่ไม่มีใครนั่งอยู่ข้างใน</strong>

แต่นั่งในใจผู้บริโภค จนต้องขอรีวิว!

Play บันทึกประจำวัน

บันทึกการเดินเท้าเข้าตึกร้าง New World x Old Town

ก่อนจะสร้างโลกใหม่ ต้องไม่ลืมโลกเก่า?

Play The Conscious Shopper

แชร์วิธีเช็คอินโรงแรมสีเขียว เที่ยวนี้ขอเฟรนด์ลี่กับโลกด้วย

ชวนเป็นนักท่องเที่ยวใส่ใจโลก ตอบรับกับที่หลายโรงแรมเริ่มมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม